เชื้อราในแมว รักษาอย่างไร ? รวมวิธีรักษาและสังเกตอาการ
หนึ่งในโรคที่ค่อนข้างพบบ่อย และเป็นปัญหาให้กับผู้เลี้ยงอย่างมากเลยก็คือ “โรคเชื้อราในแมว” โรคเชื้อราในแมวเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงชนิดนี้ โดยเกิดจากการติดเชื้อราที่ผิวหนัง ขน หรือเล็บของแมว ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของแมวและอาจแพร่กระจายสู่สัตว์อื่นหรือมนุษย์ได้ เชื้อราที่ก่อโรคในแมวมีหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือกลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophytes)
โดยเชื้อราเหล่านี้สามารถเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่อุ่น และชื้น รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันในแมว ถ้าหากว่าแมวของคุณมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ก็จะทำให้ติดเชื้อราแมวได้ง่ายกว่าแมวที่มีร่างกายที่อยู่ในเกณฑ์แข็งแรง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ก็ไม่ควรเปียก ชื้น หรือว่าเลี้ยงแมวหลายๆ ตัวให้แออัดอยู่ในที่เดียวกัน บทความนี้ทางโรงพยาบาลสัตว์ NW จะมาอธิบายโรคเชื้อราแมว ให้เข้าใจแบบง่ายๆ
ในทางสัตวแพทย์นั้นโรคเชื้อราบนผิวหนังแมว (feline dermatophytosis) เป็นโรคที่มักพบในแมวขนยาว เช่น แมวเปอร์เซีย เมนคูน หรือว่าแร็กดอลล์ ซึ่งโรคเชื้อราแมวเป็นโรคที่อันตราย เพราะไม่ใช่แค่การติดต่อจากสัตว์สู่สัตว์เท่านั้น แต่ยังติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonoses) ได้อีกด้วย สาเหตุหลักของโรคเชื้อราแมว เกิดจาก Microsporum Canis (M. canis) อันเป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนัง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในมนุษย์ และสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแมว โดยเชื้อรานี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม dermatophytes เช่นเดียวกับเชื้อราอีก 2 ชนิดได้แก่ Trichophyton และ Epidermophyton และเนื่องด้วยสปอร์ของ Microsporum Canis (M. canis) นั้นทนทานมากในสิ่งแวดล้อม ทำให้ยากมากต่อการควบคุม รวมถึงทำให้เชื้อแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว แต่นอกเหนือจากสาเหตุของการเกิดโรค ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญอีก ได้แก่ สุขภาพร่างกายของแมว ความเครียด อายุ โรคภัยไข้เจ็บ โรคแทรกซ้อน หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
5 อาการเชื้อราแมวที่ต้องสังเกต
แต่ถ้าหากว่าเริ่มสงสัยว่าแมวคุณเป็นเชื้อราแมวหรือไม่ สามารถสังเกตอาการเชื้อราแมวได้ง่ายๆ ดังนี้
-
คันผิดปกติ
ซึ่งโดยปกติแล้วไม่แปลกที่แมว หรือสัตว์เลี้ยงจะมีอาการคัน แต่ถ้าหากว่าสัตว์เลี้ยงของคุณเกามากเกินไป หรือเริ่มเกาจนขนร่วง อาจจะเป็นอาการแรกของการเป็นเชื้อราแมว
-
ขนร่วงเป็นหย่อมๆ
ถ้าแมวเริ่มมีขนร่วง ซึ่งเป็นขนที่ร่วงเป็นหย่อมๆ ให้ตรวจดูให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นตามใบหน้า หัว หู หรือว่าหาง ถ้ามีขนร่วงเยอะ ให้พาไปพบแพทย์
-
ผิวหนังเริ่มแดง
คืออาการเริ่มแรกของ “ผิวหนังอักเสบ” โดยบริเวณที่อักเสบจะแดง ลอก หรือว่ามีลักษณะเหมือนกับเป็นสะเก็ดบนผิวหนัง
-
เล็บเปลี่ยนสี
แมวที่เป็นเชื้อราแมว จะเริ่มมีเล็บที่เปลี่ยนสีไป โดยเล็บที่เปลี่ยนสี ก็มักจะมีความเปราะบางด้วย โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงที่มีอาการค่อนข้างเยอะ เล็บจะเปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัด
-
ผิวมีสะเก็ด
อาการอย่างหนึ่งของการเป็นเชื้อราแมว ก็คือบริเวณผิวหนังจะมีสะเก็ด สามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือถ้าเริ่มเห็นว่าบริเวณผิวหนังมีสะเก็ดคล้ายกับรังแค ก็ควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์
สัตว์เลี้ยงแบบไหนเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในแมว ?
- สัตว์เลี้ยงที่อายุยังน้อย สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอายุน้อยมาก เพิ่งเกิด หรืออายุไม่เกิน 6 เดือน ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อราแมวมากกว่าปกติ
- สัตว์ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือป่วย โดยสัตว์ที่ป่วยอยู่แล้ว จะมีภูมิต้านทานต่อโรคที่ต่ำมาก หากใครเลี้ยงแมวที่ป่วย นอกจากจะต้องคอยหมั่นเช็คสุขภาพของแมว และอย่าลืมระมัดระวังเรื่องความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราแมวเป็นพิเศษ
- สัตว์ที่มีอายุมากก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อด้วยเช่นเดียวกัน หากใครที่เลี้ยงแมวไว้หลายๆ ตัว และเป็นแมวที่มีอายุมากด้วยแล้ว ควรระวังการติดเชื้อราแมว
วิธีรักษาเชื้อราแมวอย่างไร? ให้หายขาด
- ให้ยาในกลุ่มต้านเชื้อราที่ได้รับการวินิฉัยจากสัตวแพทย์โดยตรง
- ใช้แชมพูฆ่าเชื้อ อาบน้ำให้แมวที่ติดเชื้อราแมว
- ตัดขนบริเวณที่เป็นเชื้อราแมวทิ้งเพื่อป้องกันการอับชื้น และง่ายต่อการรักษา
- ให้แมวกินยาอย่างเคร่งครัดตามที่สัตวแพทย์แนะนำ
- อย่าลืมทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมที่แมวคุณอาศัยอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ